วันเสาร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

วิธีการซื้อขายตราสารอนุพันธ์ผ่านทาง www.TNSitrade.com

วิธีการซื้อขายตราสารอนุพันธ์ผ่านทาง www.TNSitrade.com





วิธีการซื้อขายตราสารอนุพันธ์ผ่านทาง www.TNSitrade.com
 
 
 
 
  • จะเริ่มต้นการซื้อขายตราสารอนุพันธ์ได้อย่างไร?
ท่านจำเป็นจะต้องมี
  • Username - ชื่อที่ใช้ในการเข้าสู่ระบบในTNSitrade.com จะต้องประกอบด้วยอักษรหรือเลข 6-10 ตัว
  • Password - รหัสผ่านเข้าสู่ระบบ
  • PIN No. - รหัสผ่านที่ใช้ในการส่งคำสั่งซื้อขายหุ้น จะต้องประกอบด้วยตัวเลขทั้งหมด 6 ตัว

 

  • ท่านสามารถเริ่มต้นการซื้อขายตราสารอนุพันธ์ผ่านทาง www.TNSitrade.com ดังนี้

  • กรณีลูกค้าเดิม (มีบัญชีหลักทรัพย์กับ บล. ธนชาต)
    • ไปที่หน้าแรกของ www.TNSitrade.com
    • ระบุ Username และ password เดิมสำหรับ Login เข้าสู่ระบบการซื้อขายหลักทรัพย์
    • ไปที่เมนู Futures Trading
    • จากนั้นจะเข้าสู่เว็บเพจส่วนการซื้อขายตราสารอนุพันธ์
     
    • หมายเหตุ:ท่านสามารถใช้ PIN No. เดิม (ที่ใช้ส่งคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์) ในการยืนยันการส่งคำสั่งซื้อขาย ตราสารอนุพันธ์
    • กรณีลูกค้าใหม่ (ยังไม่เคยเปิดบัญชีใดๆ กับ บล. ธนชาต)
      • ไปที่หน้าแรกของ www.TNSitrade.com
      • ระบุ Username และ password ที่ได้ทำการลงทะเบียนสมัครไว้
      • ท่านจะพบกับหน้าบังคับให้กำหนด PIN No. (ตัวเลข 6 ตัวเท่านั้น) เพื่อใช้เป็นรหัสสำหรับยืนยันการส่งคำสั่งซื้อขาย
      • จากนั้นจะเข้าสู่เว็บเพจส่วนการซื้อขายตราสารอนุพันธ์
      หมายเหตุ:
      ท่านสามารถกำหนด PIN No. ได้เมื่อทำการ Login เข้าสู่ระบบครั้งแรก หลังจากที่บัญชีได้ทำการ Activate เรียบร้อยแล้ว
     



 

  • จะส่งคำสั่งซื้อขายตราสารอนุพันธ์ได้อย่างไร?
ท่านสามารถส่งคำสั่งซื้อขายตราสารอนุพันธ์ได้ที่โปรแกรม Streaming Pro, Steaming D และ OneClick โดยมีขั้นตอนดังนี้
  1. ส่งคำสั่ง ซื้อ(Buy) หรือ ขาย(Sell)
  2. ระบุ ชื่อย่อตราสารอนุพันธ์ที่ต้องการส่งคำสั่ง สามารถพิมพ์ชื่อย่อของตราสารอนุพันธ์ หรือเลือกจาก Drop-down list
  3. ระบุ จำนวน Contract ของตราสารอนุพันธ์ที่ต้องการส่งคำสั่ง
  4. ระบุ ราคาของตราสารอนุพันธ์ที่ต้องการส่งคำสั่ง
  5. เลือก สถานะ(Position) เปิดสัญญา(Open) หรือ ปิดสัญญา(Close) และท่านยังสามารถกำหนดสถานะเป็นแบบอัตโนมัติ (Auto) ได้ด้วย
  6. เลือก ลักษณะของราคา(Type)
    • Limit : คำสั่งซื้อขายที่ระบุราคาเสนอซื้อหรือขาย
    • Market : คำสั่งซื้อขายที่ไม่ระบุราคาที่ต้องการซื้อหรือขาย แต่ต้องการให้คำสั่งที่ส่งเข้าไปได้รับการจับคู่ ณ ราคาที่ดีที่สุดในขณะนั้น
  7. เลือก ประเภทของคำสั่งซื้อขาย(Validity)
    • FOK (Fill or Kill) : คำสั่งซื้อขายที่กำหนดให้จับคู่การซื้อขายทันทีและหากไม่สามารถจับคู่การซื้อขาย ดังกล่าวได้ทั้งหมดตามจำนวน ให้ยกเลิการเสนอซื้อขายนั้นทันที
    • FAK (Fill and Kill) : คำสั่งซื้อขายที่กำหนดให้จับคู่การซื้อขายทันที และหากไม่สามารถจับคู่การซื้อขาย ได้เลย หรือจับคู่บางส่วน และมีจำนวนเสนอซื้อขายเหลืออยู่บางส่วน ให้ยกเลิกการ เสนอซื้อขายที่ยังจับคู่ไม่ได้นั้นทันที
    • Day : คำสั่งซื้อขายที่มีผลในระบบซื้อขายภายในวันที่ส่งคำสั่ง
  8. ระบุ ปริมาณสัญญา(P/B Vol.) ที่ต้องการทยอยส่งจนกระทั่งเท่ากับ จำนวน Vol. ที่กำหนด
  9. นอกจากนี้ท่านสามารถส่ง Stop Order (คำสั่งซื้อขายที่ให้การเสนอซื้อขาย ณ ราคาตลาดมีผลในระบบซื้อขาย เมื่อราคาตลาดขณะนั้นเคลื่อนไหวมาถึงเงื่อนไขราคาที่กำหนด) โดยการทำเครื่องหมาย / ที่หน้าข้อความ Stop Order โปรแกรมจะแสดงหน้าจอเพิ่มเติม เพื่อให้ท่านป้อนรายละเอียดเกี่ยวกับเงื่อนไขของการส่งคำสั่ง ตามหน้าจอดังนี้
    • Symbol : ตราสารอนุพันธ์ที่จะใช้เป็นเงื่อนไข
    • Condition : รูปแบบของเงื่อนไข ประกอบไปด้วย
      Bid>=ราคาเสนอซื้อมากกว่า หรือเท่ากับ
      Bid>=ราคาเสนอซื้อน้อยกว่า หรือเท่ากับ
      Ask>=ราคาเสนอขายมากกว่า หรือเท่ากับ
      Ask>=ราคาเสนอขายน้อยก่วา หรือเท่ากับ
      Last>=ราคาล่าสุดมากกว่า หรือเท่ากับ
      Last>=ราคาล่าสุดน้อยกว่า หรือเท่ากับ
    • Price : ราคาของตราสารอนุพันธ์ที่ใช้เป็นเงื่อนไข
  10. เมื่อป้อนคำสั่งเรียบร้อยแล้ว ให้ท่านระบุรหัสซื้อขาย (PIN No.) จากนั้นกดปุ่ม Submit เพื่อส่งคำสั่งซื้อขายไปยังตลาดตราสารอนุพันธ์


 


  • หากต้องการยกเลิกคำสั่งซื้อขายตราสารอนุพันธ์ จะทำได้อย่างไร?
ท่านสามารถยกเลิกคำสั่งของท่านได้ตลอดเวลา ตราบใดที่คำสั่งนั้นๆ ยังไม่ได้รับการจับคู่(Matched) ดังต่อไปนี้
  • ทำเครื่องหมาย / ที่ช่องว่างด้านหน้าคำสั่งที่ท่านต้องการยกเลิก
  • กด "Cancel"
  • ใส่รหัส (PIN No.)

 


  • เมื่อเปิดบัญชีซื้อขายอนุพันธ์แล้ว ต้องนำเงินประกันมาวางทันทีหรือไม่?
ไม่ต้อง แต่จะต้องนำเงินประกัน (Initial Margin) มาวางก่อนที่จะส่งคำสั่งซื้อขาย
 


  • ส่งคำสั่งซื้อตราสารอนุพันธ์ที่มีมูลค่าสูงกว่า จำนวนเงินที่สามารถใช้ได้จริง(Excess Equity) ได้หรือไม่?
ระบบจะ Reject คำสั่งของท่านโดยอัตโนมัติ เนื่องจากจำนวนเงินที่สามารถใช้ได้จริง(Excess Equity)ไม่พอ โดยจะปรากฎข้อความว่า Not enough excess equity : Excess Equity[xxxxxxx]
 


  • ต้องการดูรายการซื้อขายย้อนหลังได้ที่ไหน?
คลิกเลือกเมนู “Online Trading” จากนั้นเลือก “Transaction History” ซึ่งสามารถดูรายการซื้อขายย้อนหลังสูงสุด 3 เดือน โดยจะนำขึ้นแสดงบนเว็บไซต์ในวันทำการถัดมาหลังจากวันที่มีการซื้อขายตราสารอนุพันธ์(T+1)  
 


  • ต้องการทราบกำไร/ขาดทุนจากการซื้อขายตราสารอนุพันธ์ สามารถตรวจสอบได้ที่ไหน?
ท่านสามารถตรวจสอบยอดกำไร/ขาดทุน ได้จากเมนู Online Trading แล้วเลือก Trading Portfolio จากนั้นเลือก Account Balance หรือเข้าสู่โปรแกรม Real time แล้วเลือก Portfolio ก็จะแสดงยอดกำไร/ขาดทุนของท่าน

หมายเหตุ : การซื้อขายตราสารอนุพันธ์ มีการคำนวนกำไรและขาดทุนในทุกสิ้นวัน เพื่อให้คู่สัญญาสามารถตรวจสอบเงินประกันของตนว่าต่ำกว่าระดับที่กำหนดไว้หรือไม่ หากต่ำกว่าต้องมีการเรียกเก็บเพิ่ม (Call margin) และในทางกลับกันหากมีผลกำไรเกิดขึ้นกำไรจะนำไปรวมกับเงินประกันขั้นต้นที่วางไว้ ซึ่งวิธีการนี้เรียกว่า Mark to Market
 


  • หากบัญชีซื้อขายตราสารอนุพันธ์ของท่านถูกเรียกให้วางหลักประกันเพิ่ม (Call margin) ท่านต้องดำเนินการอย่างไร?
ท่านต้องดำเนินการฝากเงินเป็นหลักประกันเพิ่มเข้ามา โดยจะต้องวางให้ทันภายในวันที่ T+1 ก่อนตลาดอนุพันธ์ปิดทำการ1 ชั่วโมง (หรือภายใน 15.55 น. ของวันที่ T+1) อย่างไรก็ตาม หากผู้ลงทุนยังไม่นำเงินมาวางภายในเวลาที่กำหนด ก็จะไม่สามารถส่งคำสั่งเพื่อสร้างสถานะสัญญาใหม่เพิ่มเติมได้ นอกจากจะทำการส่งคำสั่งเพื่อปิดสถานะ สัญญาที่มีอยู่เดิม
แต่ถ้าหากผู้ลงทุนไม่สามารถนำเงินมาวางเพิ่มเติมได้ทันตามเวลาที่กำหนด โบรกเกอร์สามารถทำการบังคับปิดสัญญา(Force Close) เท่าที่จำเป็น เพื่อรักษาระดับของจำนวนสถานะสัญญาและจำนวนเงินในบัญชีหลักประกันที่เหลืออยู่ โดยการ Force Close จะเริ่มทำในวันที่ T+2 และจะ Force Close ให้เสร็จสิ้นภายใน 1 ชั่วโมง หลังจากตลาดอนุพันธ์เปิดทำการ (หรือภายในเวลา 10.45 น.ของวันที่ T+2)
 


  • ต้องการทราบอัตราหลักประกัน (Margin Rate) สามารถตรวจสอบได้จากที่ไหน?
  • ท่านสามารถตรวจสอบระดับหลักประกัน (Margin Rate) ได้จากเมนู Trading Portfolio จากนั้นเลือกปุ่ม Margin Rate จะแสดงอัตราหลักประกันโดยแบ่งตามสินค้าอ้างอิง






ที่มา    ::    http://www.thanachartsec.co.th/TNB_ATNSCMS/pre/th/faqs/Default.aspx?cat_id=2&เกี่ยวกับการซื้อขายตราสารอนุพันธ์

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น